บ้านไล่โว่-คุ้มเขาไม้แดง


ตำนานผาแดงและเสียงดนตรีแห่งทุ่งใหญ่นเรศวร

ตำบลไล่โว่เป็นพื้นที่ชุมชนกะเหรี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับผืนป่า ภูเขา และแหล่งน้ำมาอย่างยาวนาน โดยคำว่า “ไล่โว่” มีความหมายว่า “หินแดง” หรือ “ผาแดง” พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ท่ามกลางภูเขาและป่าไม้ โดยเฉพาะ คุ้มเขาไม้แดง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณบ้านเสน่ห์พ่อง ตำบลไล่โว่ และอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ชื่อ “เขาไม้แดง” มีที่มาจากภูเขาบริเวณชุมชน ซึ่งในอดีตมีต้นไม้แดงขนาดใหญ่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก

คุ้มเขาไม้แดงเป็นชุมชนที่ก่อตัวขึ้นจากผู้คนจากหลายหมู่บ้านเข้ามาตั้งถิ่นฐานร่วมกัน โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยง และมีชาวมอญ พม่า และกลุ่มชาติพันธุ์อื่นอาศัยอยู่ร่วมกัน วิถีชีวิตของชุมชนยังคงสัมพันธ์กับการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการสืบทอดประเพณีและความเชื่อ เช่น ประเพณีฟาดข้าว บุญข้าวใหม่ และประเพณีผูกข้อมือ ขณะที่บ้านเขาไม้แดงและบ้านเสน่ห์พ่องยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและร่วมกันประกอบกิจกรรมทางศาสนา ประเพณี และกิจกรรมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ลักษณะดังกล่าวสะท้อนทั้งความสัมพันธ์ของผู้คนกับพื้นที่ธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกันของผู้คนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในตำบลไล่โว่

วัฒนธรรมดนตรีบ้านไล่โว่–คุ้มเขาไม้แดง

วัฒนธรรมดนตรีของชาวกะเหรี่ยงบ้านไล่โว่–คุ้มเขาไม้แดงมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ความเชื่อ ศาสนา และประเพณีของชุมชน โดยปรากฏในงานบุญข้าวใหม่ พิธีไหว้เจดีย์ ประเพณีผูกข้อมือเรียกขวัญ งานออกพรรษา และพิธีศพ ดนตรีและบทขับร้องจึงมิได้มีบทบาทเพียงเพื่อความบันเทิง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมและเป็นสื่อในการถ่ายทอดภาษา ความเชื่อ เรื่องราว และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง

รูปแบบวงดนตรี บทเพลง และการแสดงของชุมชนมีลักษณะใกล้เคียงกับบ้านกองมองทะ เนื่องจากมีการสืบทอดองค์ความรู้จากครูดนตรีสายเดียวกัน ในปัจจุบัน บ้านไม้แดง ได้จัดตั้ง “คณะเขาไม้แดงสตูดิโอ” โดยครูเอกรัตน์ สังข์จรัส เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านดนตรี ฝึกเยาวชน บันทึกบทเพลง และสร้างพื้นที่เรียนรู้ภายในชุมชน ขณะเดียวกันมีการปรับรูปแบบการบรรเลง โดยนำเครื่องดนตรีและแนวทางการบรรเลงของกะเหรี่ยงมาประยุกต์ร่วมกับดนตรีพม่า ทำให้เกิดรูปแบบการแสดงที่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ควบคู่กับการสืบทอดบทเพลง ความเชื่อ และลักษณะทางดนตรีที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน

ขะน่วย (ปี่)

เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า มีลักษณะคล้ายปี่หรือขลุ่ย ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ กำพรวดที่ใช้ลิ้นปี่ทำจากใบตาล ตัวขะน่วยที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง และลำโพงเสียงทองเหลืองบริเวณปลายเครื่อง ให้ระดับเสียงที่นุ่ม ใส กังวาน และมีพลัง ทำหน้าที่เป็นเครื่องดำเนินทำนองหลักในการบรรเลงคลอการขับร้อง และมักใช้ประกอบการแสดงรำอะเย้ย รำตง ก่วยเจ๊าะ ตลอดจนพิธีกรรมสำคัญของชุมชน

ปิ้ง (กลองรำตง) และ ทะ (กลองยาว)

จัดเป็นคู่เครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีที่ทำจากไม้เนื้อแข็งขุดกลวงและขึงหนังสัตว์ "ปิ้ง" เป็นกลองหน้าเดียวขนาดกะทัดรัด ให้เสียงแหลมชัดเจน ทำหน้าที่กำกับจังหวะหลักในการแสดงรำตง ส่วน "ทะ" เป็นกลองยาวทรงเรียวยาว ให้เสียงทุ้มกังวานและมีพลัง ทั้งสองชนิดมีสายสะพายเพื่อให้ผู้บรรเลงถือหรือเคลื่อนไหวร่วมกับขบวนแห่ได้สะดวก ช่วยสร้างจังหวะที่สนุกสนานและควบคุมความพร้อมเพรียงในงานประเพณี

เครื่องดนตรีประเภทเครื่องกระทบที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมความช้า-เร็วและกำกับโครงสร้างจังหวะของวงดนตรี "วาเลเคาะ จี" (เกราะ ฉิ่ง) ประกอบด้วยสองส่วนที่ทำงานร่วมกัน คือ "วาเลเคาะ" เกราะไม้กลวงเจาะร่องที่ปรับแต่งขนาดให้เกิดเสียงทุ้มกังวาน (สามารถใช้ตีให้สัญญาณในชุมชนได้) และ "จี" แผ่นโลหะนูนผสมทองเหลืองหรือสำริดที่ยึดหงายไว้ด้านบนเกราะ ใช้ไม้ท่อนเล็กกระทบให้เกิดเสียง โดยเครื่องดนตรีชุดนี้จะถูกนำมาบรรเลงสอดประสานร่วมกับ "เจ่งจี" (เครื่องกระทบกลุ่มฉาบ) เพื่อทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการกำหนดความพร้อมเพรียงของจังหวะ ทั้งในวงดนตรีพื้นบ้าน การแสดง และการประกอบพิธีกรรมต่างๆ

วาเลเคาะ จี และ เจ่งจี

หะเปิน (ชุดกลอง)

หะเปิน (ชุดกลอง) เครื่องดนตรีประเภทเครื่องตี ประกอบด้วย "ตะโพ้ว" ซึ่งมีลักษณะคล้ายตะโพนลูกใหญ่จำนวน 2 ใบ และ "โป้ว" ที่มีลักษณะคล้ายเปิงมางขนาดเล็กจำนวน 4 ใบจัดเรียงในราง มีการใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมโดยนำข้าวสุกผสมขี้เถ้ามาติดบริเวณหน้ากลองเพื่อปรับคุณภาพและระดับเสียง ทำหน้าที่กำกับจังหวะหลัก สร้างความหลากหลายของมิติเสียง และควบคุมความต่อเนื่องของการบรรเลงในพิธีกรรมและการแสดงของชุมชน

ศิลปะการแสดงบ้านจงอั่ว


ท่วงท่าและสายธารภูมิปัญญาที่สอดประสาน

การแสดงไหว้พระและการรำอวยพรเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความศรัทธาอันแนบแน่นของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านไล่โว่-คุ้มเขาไม้แดงที่มีต่อพระพุทธศาสนา การแสดงไหว้พระจัดขึ้นเพื่อแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย พระสงฆ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเน้นท่วงท่าการร่ายรำที่อ่อนน้อมถ่อมตนและการประนมมือไหว้ด้วยความสำรวม ควบคู่ไปกับการรำอวยพรซึ่งเป็นบทเพลงและการแสดงที่มีความสำคัญในงานบุญและพิธีกรรมต่างๆ เพื่อใช้เป็นสื่อในการอำนวยพร ส่งมอบความปรารถนาดี และสร้างขวัญกำลังใจ เนื้อหาของบทเพลงสะท้อนถึงอานิสงส์แห่งการทำความดี การสร้างบุญกุศล และการดำรงตนอยู่ในหลักธรรมที่จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล ผู้ร่ายรำจะถ่ายทอดความงดงามผ่านลีลาที่เปี่ยมด้วยความปีติยินดีและความสามัคคี การแสดงทั้งสองชุดนี้จึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทางจิตวิญญาณและสะพานเชื่อมความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างสมาชิกทุกคนภายในชุมชน

รำอวยพร

ในภาษากะเหรี่ยงเรียกว่า "เท่อรีโตว" เป็นการละเล่นพื้นบ้านที่สำคัญและได้รับการสืบทอดอย่างเข้มแข็งในชุมชนกะเหรี่ยงบ้านไล่โว่-คุ้มเขาไม้แดง คำว่า "ตง" เป็นการออกเสียงตามภาษาไทย ขณะที่ชาวกะเหรี่ยงออกเสียงว่า "โตว" ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเครื่องดนตรีประเภทไม้ไผ่ที่เจาะร่องให้เกิดเสียงกังวานเมื่อใช้ตี อันเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างจังหวะ ด้วยความที่ชุมชนตั้งอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างห่างไกลและยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ได้ในระดับสูง 

รำตงกะเฉาะของชุมชนจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่โดดเด่น ทั้งในด้านท่ารำ จังหวะดนตรี และเนื้อร้อง ลักษณะการแสดงเป็นการผสมผสานระหว่างการขับร้องและการร่ายรำ โดยนิยมใช้หญิงสาวเป็นผู้แสดงหลัก จัดแถวเป็นหมู่คณะ เน้นความพร้อมเพรียงของการเคลื่อนไหว การก้าวเท้าอย่างหนักแน่น และการโน้มตัวตามจังหวะดนตรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีและระเบียบแบบแผนอันงดงามของชุมชน นอกจากนี้ การแสดงยังต้องอาศัยเครื่องดนตรีพื้นบ้านมาบรรเลงสอดประสาน เช่น ปิ้ง (กลองรำตง) ทะ (กลองยาว) วาเลเคาะ (เกราะไม้ไผ่) และเจ่งจี (ฉาบ) เพื่อควบคุมทิศทางและเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับวัฒนธรรมทางดนตรีของชุมชน

รำตงกะเฉะ